Sponsor Link

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เครดิตบูโร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เครดิตบูโร แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2556

การกู้เงินปิดหนี้แบบยอดมนุษย์เงินเดือน

หลายท่านคงเคยดูหนังเรื่อง “สุดยอดมนุษย์เงินเดือน” จะพบสภาพเหมือนชีวิตจริงของใครหลายคน (รวมทั้งผู้เขียนบทความคนนี้ด้วย) ที่มัวแต่ยุ่งเรื่องงานจนไม่มีเวลาให้กับความฝันของตัวเอง และเคยชินกับระบบเศรษฐกิจในยุคปัจจุบัน สิ่งที่ไม่ได้เอ่ยถึงในหนังเรื่องนี้คือการจัดการหนี้บัตรเครดิตอย่างมีชั้นเชิงนอกจากก้มหน้าก้มตาผ่อนกันไปตามอัตภาพ และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้หลุดพ้นจากบ่วงหนี้ที่รัดตัว

ในที่นี้จะขอนำเสนอมุมมองโดยสรุปเติมสักเล็กน้อยสำหรับการพิจารณากู้หนี้มาปิดหนี้ครับ

สิ่งที่ต้องพิจารณาสำหรับการกู้หนี้มาปิดบัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคล
1. การยืมเงินเพื่อนหรือญาติพี่น้อง
วิธีนี้มักไม่มีดอกเบี้ยอะไรเลย นอกจากสินน้ำใจกันเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ต้องไม่ลืมว่าหากวันใดที่เพื่อนฝูงหรือญาติพี่น้องเขาต้องการใช้เงินแต่ตอนนั้นท่านไม่มีเงินไปใช้หนี้ ท่านอาจจะติด black list ในลักษณะผิดใจกัน รับรองว่ามันจะติดตราบนานเท่านานที่เขายังมีชีวิตอยู่ (ไม่เหมือนกับเครดิตบูโรที่เก็บรายการไว้แค่ 3 ปี)
ดังนั้น ไม่ว่าเขาเหล่านั้นไม่เคยมาทวงเงินก็ตาม แต่การยืมแล้วไม่มีทีท่าว่าจะคืนเขาได้เมื่อไหร่นั้น คงเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น มันจะเสียเครดิตชีวิตซึ่งสำคัญว่าเครดิตบูโรเสียอีก

2. การใช้สินทรัพย์มาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน
อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อที่ใช้บ้านค้ำประกันจะถูกที่สุด รองลงมาเป็นสินเชื่อที่ใช้รถค้ำประกัน สองสิ่งนี้จะสามารถเปลี่ยนหนี้อัตราดอกเบี้ยสูงของบัตรเครดิตให้กลายเป็นหนี้ดอกเบี้ยต่ำลง ทำให้ได้ระยะการผ่อนต่อเดือนน้อยลง และมีระยะการผ่อนที่นานขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้วิธีนี้จะทำให้ได้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ต่ำลง แต่ปริมาณดอกเบี้ยโดยรวมจะมากขึ้นเพราะการผ่อนที่ยาวนานและคำนวณจากก้อนหนี้เงินต้นที่สูงขึ้นนั่นเอง (เรียกว่า กินดอกเบี้ยน้อย ๆ แต่กินนานๆ)  

3. ธรรมชาติของธนาคารคือการกลัวหนี้เสีย
ในบทความเรื่อง “บัตรเครดิต คุ้มสุด pantip” ผมได้กล่าวตอนท้าย ๆ ว่า โดยปกติทั่วไปแล้วธนาคารจะพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้คืนด้วย ผมเคยพบคำแนะนำว่ายอดชำระหนี้ต่อเดือนไม่ควรเกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน หากเกินจากนั้นธนาคารมักจะไม่อนุมัติสินเชื่อได้แม้จะมีบ้านหรือรถยนต์เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันก็ตาม

ดังนั้น ใครที่เคยสงสัยว่าเงินเดือนสูงแต่ทำไม่สมัครบัตรเครดิตไม่ผ่าน หรือทำไมดอกเบี้ยบัตรเครดิตมันโหด ส่วนหนึ่งมันก็มาจากการประเมินความเสี่ยงของเกิดหนี้สูญของธนาคารนั่นเอง ผมจึงแนะนำว่าหากต้องการใช้บริการสินเชื่อที่ดอกเบี้ยไม่สูงและและไม่ต้องการมีประวัติการชำระหนี้ในเครดิตบูโรแล้ว ให้ใช้บริการโรงรับจำนำแทนในบทความเรื่อง “แนวทางลดภาระดอกเบี้ยเงินกู้ภาคปฏิบัติ


4หาสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีโปรโมชั่นดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนนาน
อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อส่วนบุคคลโดยทั่วไปคือ 28% ต่อปี แต่ถ้ากู้ในจำนวนที่มาก ก็มักจะมีโปรโมชั่นอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า ให้ผ่อนยาวกว่า และมักจะปิดยอดในช่วง 1 – 2 ปีแรกไม่ได้ อย่างไรก็ดี มันเป็นการกู้ที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน อัตราดอกเบี้ยที่ได้ก็ยังสูงอยู่ดี (ประมาณ 19% ขึ้นไป) ดังนั้น ก็เอาวิธีปิดหนี้บัตรเครดิตด้วยสินเชื่อส่วนบุคคลเป็นทางเลือกสุดท้ายก็แล้วกันครับ

หลายคนคนที่เป็นหนี้เพิ่มขึ้นเพราะไม่สำรวจตนเอง
ในความเป็นจริงของชีวิตเรานั้น บางครั้งมันก็มีเรื่องจำเป็นต้องก่อหนี้ก้อนใหม่กระทันหัน แม้พยายามประหยัดแล้วแต่สถานการณ์รอบตัวมันก็อาจจะไม่เป็นใจ ดังนั้น ถ้าประเมินแล้วว่าผ่อนหนี้ไม่ไหวจริงๆ ก็ควรรีบหาแนวทางแก้ไขแต่เนิ่น ๆ แม้อาจจะมีทางเจรจาขอปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับทางเจ้าหนี้ได้ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเจ้าหนี้จะยอมเจรจาทุกครั้ง ยิ่งกว่านั้นถ้าเคยมีประวัติการการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ในเครดิตบูโรแล้ว กว่าจะรอให้ประวัติถูกลบก็คงต้องรออย่างน้อย 3 ปี ระหว่างที่รอนั้น การขอสินเชื่อต่าง ๆ มักจะเป็นไปได้ยากขึ้น

ดังนั้น ก่อนที่หนี้ใหม่จะเกิดขึ้น การเตรียมการไว้ล่วงหน้าก็เป็นสิ่งที่ดีกว่า เช่น การมีเงินสำรองเพียงพอจะได้ไม่ต้องไปกู้ยืมเพิ่มให้เสียดอกเบี้ยอีก ซึ่งผมได้เคยแนะนำไว้ในบทความเรื่อง “หนี้บัตรเครดิตไม่บาน

จะเห็นว่า ถ้าเราไม่ระวังแล้ว เมื่อเราได้เป็นยอดมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้สูงขึ้น เราก็จะมีความสามารถในการก่อหนี้เพิ่มขึ้นด้วย ดังนั้น แทนที่เงินเดือนสูงจะทำให้เรามีคุณภาพชีวิตดีขึ้น จะกลายเป็นว่าเราเครียดมากขึ้นเพราะหนี้ที่เราสร้างขึ้นมานั่นเอง

วันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ความสำคัญของเครดิต (ไม่ใช่แค่เครดิตบูโร)

แนวคิดเรื่องการให้ความสำคัญเรื่องเครดิตไม่ใช่เพิ่งมีตอนตั้งหน่วยงานเครดิตบูโร แต่มันมีมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์แล้ว (ตั้งแต่ก่อนยุคข้อมูลข่าวสารที่สามารถแชร์ข้ามโลกกันได้ไม่มีวินาทีเสียอีก) ในประวัติศาสตร์ชาวยิวบันทึกไว้ว่า กษัตริย์ซาโลมอน ซึ่งถือได้ว่ามีสติปัญญามากที่สุดและมั่งคั่งที่สุดก็ยังให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือ (เครดิต) ไว้สูงกว่าเงินทองเสียอีก โดยมีบันทึกไว้ในคัมภีร์ไบเบิล (เล่มสุภาษิต บทที่ 22 ข้อที่ 1) ว่า “ชื่อเสียงดีเป็นสิ่งควรเลือกยิ่งกว่าความมั่งคั่งมากมาย และซึ่งเป็นที่โปรดปราน ก็ดีกว่ามีเงินหรือทอง” สังคมไทยก็ให้ความสำคัญตั้งแต่อดีตเช่นกัน ดังสุภาษิตไทยก็ยังกล่าวว่า “ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน” 

ดังนั้น ในยุคปัจจุบันที่การสื่อสารข้อมูลเร็วเท่าแสงแล้ว หากใครคิดจะชักดาบใคร โดยเฉพาะสถาบันการเงินด้วยแล้ว ควรคิดให้หนักครับ หรือหากรู้ตัวว่าเราไม่มีวินัยทางการเงิน เราก็ ไม่ควรใช้บริการบัตรเครดิตเลยครับ

มาดูเข้าเรื่องเครดิตที่เกี่ยวกับเงิน ๆ ทอง ๆ กันดีกว่า ขอสรุปให้อ่านกันสัก 4 ประเด็นครับ

ความจำเป็นของการมีเครดิตยุคปัจจุบัน
·         ในยุคที่เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง การเก็บเงินจำนวนมากให้พอสำหรับซื้อสิ่งที่จำเป็นและมีราคาสูงจะใช้เวลานาน เช่น การซื้อรถ การซื้อบ้าน เพราะยิ่งนานวัน ราคามันก็พุ่งสูงขึ้นเร็วกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเสียอีก ดังนั้น การซื้อแบบผ่อนหรือการกู้สินเชื่อมันเป็นทางเลือกที่มักใช้ แน่นอนว่ามันก็ต้องตรวจสอบเครดิตคนกู้กันก่อน
·         การมีเครดิตดี ไม่ได้แปลว่าต้องเป็นหนี้หรือชีวิตติดลบเสมอไป และไม่ได้แปลว่าเราชำระหนี้ทุกงวดตรงเวลาแล้วจะแปลว่าจะมีเครดิตดีเสมอไป มันก็ต้องมีความสมดุลย์และมีองค์ประกอบอื่น ๆ ด้วย
·         การมีเครดิตไม่เพียงเกี่ยวข้องกับเรื่องการใช้บริการสินเชื่อหรือเงินกู้เท่านั้น อนาคตเราจะเห็นมันเกี่ยวข้องกับเราทุกเรื่องครับ ยกตัวอย่างง่าย ๆ ในปัจจุบัน การทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจจะมีเบี้ยประกันลดลงสำหรับผู้ขับขี่อายุมากขึ้น หรือมีส่วนลดเบี้ยประกันหากไม่มีประวัติการชนหรือการเคลม เป็นต้น

ข้อดีของการมีบัตรเครดิตยุคปัจจุบัน
ความสะดวกโดยทั่วไปที่มีกันมานานคือ การไม่ต้องพกพาเงินสดเป็นจำนวนมาก มีโปรโมชั่นต่าง ๆ ตามการแข่งขันในตลาด ในยุคปัจจุบันจะพบว่ามันเป็นสิ่งที่อำนวยความสะดวกสำหรับการซื้อขายแบบไร้พรมแดน เช่น

·         การซื้อสินค้าหรือบริการแบบข้ามประเทศ บัตรเครดิตให้ความสะดวกมาก ลองคิดดูว่า ถ้าจะจองตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรมต่างประเทศผ่านเว็บไซต์ ถ้ามีบัตรเครดิตแล้วใช้เวลาไม่กี่นาที แต่ถ้าต้องใช้วิธีโอนเงินมันจะยุ่งยากแค่ไหน ใช้เวลาแค่ไหน ยิ่งยากกว่านั้นคือ เมื่อโอนเงินแล้วแต่ห้องในโรงแรมที่กำลังจองถูกคนอื่นแย่งตัดหน้าไปแล้ว
·         ในยุคที่อีคอมเมิร์ชในประเทศรุ่งเรืองแล้ว มีบริการรับชำระค่าสินค้า บริการ รวมถึงบริการสาธารณูปโภคต่าง ๆ ทางเว็บไซต์ที่ให้ความสะดวกมาก ไม่ต้องเดินทาง การใช้บัตรเครดิตดูเหมือนจะสะดวกที่สุด
·         ถ้าเราเปิดร้านขายของออนไลน์ ปัจจุบันใช้วิธีการโอนเงินและเช็คยอดเงินโอนผ่าน internet banking ได้ แต่เราต้องตรวจเช็คเอง แต่ถ้าเรามีบริการชำระผ่านบัตรเครดิตแล้ว เมื่อลูกค้ายืนยันการซื้อมันจะหมายถึงมีเงินเข้ากระเป๋าเราแน่ ๆ ทำให้รายการขายจะถูกสร้างได้เองอัตโนมัติซึ่งประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย

สาเหตุที่เครดิตถูกปฏิเสธ
เครดิตถูกปฏิเสธในที่นี้ไม่ใช้เครดิตเสีย แต่หมายถึง “เครดิตไม่ดีพอ” มีสาเหตุหลายประการ เช่น
·         ชำระด้วยเงินสดตลอด ไม่เคยใช้บริการด้านเครดิตมาก่อนเลย (บัตรเงินผ่อน บัตรเครดิต หรืออะไรก็ตามที่เป็นสินเชื่อ)
·         เคยมีประวัติการชำระหนี้ที่ดี แต่หากประวัติมีอายุนานเกินกว่าที่เขาจะเก็บไว้ ก็อาจจะไม่มีความหมายอะไร
·         เคยมีประวัติการชำระหนี้ที่ดี แต่ถ้าเป็นประวัติร่วม  (เช่น กู้ร่วม บัตรเครดิตแบบบัตรเสริม) จะถูกให้ความสำคัญลดลง
·         ไม่สามารถระบุแหล่งที่มาของรายได้ที่ชัดเจนได้ แม้เราเป็นพนักงานบริษัท มีรายได้ประจำ แต่บัตรเครดิตบางค่ายอาจจะพิจารณาลักษณะธุรกิจที่เราทำงานอยู่ สถาบันการเงินบางเจ้าดูแม้กระทั่งทุนจดทะเบียนบริษัทที่เราทำงาน
·         สถานภาพการสมรส สถาบันการเงินอาจจะมองว่า ค่าใช้จ่ายในการดูแลบุตรสามารถถูกนับเป็นรายได้ประเมินวงเงินได้ (ค่าใช้จ่ายมันวิ่งผ่านบัตรได้) แต่ก็ขึ้นกับปัจจัยเสริมอื่น เช่น อยู่ในเมืองหลวงอาจจะถือว่าเครดิตดีกว่าอยู่ในต่างที่จังหวัด
·         ปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจจะเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงเรื่องหนี้เสีย เช่น อายุ การศึกษา ความสม่ำเสมอของรายได้

สาเหตุการมีเครดิตไม่ดี
·         มีประวัติการชำระหนี้ที่ไม่ดี ธนาคารส่วนใหญ่เก็บประวัติการชำระไว้ประมาณ 10 ปี (ซึ่งต่างจากเครดิตบูโรที่เก็บไว้เพียง 3 ปี)
·         มีประวัติการชำระหนี้ที่ดี แต่มีการชำระสูงเมื่อเทียบกับรายได้ ดังตัวอย่างในรูปข้างล่าง
·         ใช้บัญชีบัตรเครดิตมากเกินไป (มีบัตรเครดิตหลายใบ)
·         มีบริการเงินกู้มูลค่าสูงและระยะยาว เช่น ซื้อรถยนต์ ซื้อบ้าน
·         ความบกพร่องของสถาบันการเงินในการส่งประวัติการชำระหนี้

ตัวอย่างหนังสือปฏิเสธสินเชื่อเพราะรายจ่ายมากเกินไปแม้ไม่มีประวัติชำระล่าช้าก็ตาม


ความสำคัญของการรักษาเครดิตมันมีมานานแล้ว เพราะในชีวิตจริงมันไม่ใช่แค่เครดิตบูโรเท่านั้น ที่จริงมันเกี่ยวกับทุกเรื่องของชีวิตหรืออนาคตเราทีเดียว ถ้าเราเคยได้ยินถึงข่าวเกี่ยวกับอดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศสารขัณฑ์คนหนึ่งถูกดิสเครดิตเรื่องไม่เคยเข้ารับการเกณฑ์ทหารจนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันในวงกว้าง เราจะยิ่งรู้ซึ้งว่ามันมีความสำคัญแค่ไหน ก็ขอฝากไว้พิจารณาครับ