Sponsor Link

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ internet banking แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ internet banking แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2555

สมัครบัตรเครดิต อันไหนดี (ตอน 2/2)


ตอนนี้ เป็นส่วนปลีกย่อยที่นับว่าสำคัญ สามารถเป็นเครื่องมือที่ช่วยบริหารการใช้บัตรเครดิตให้ดีขึ้น
ต่อจากตอนที่แล้ว เริ่มเลยนะครับ

1.       มีเงื่อนไขการยกเว้นค่ารรมเนียมรายปีชัดเจน
a.       โดยทั่วไป มักจะยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมปีแรก
b.      ปีต่อไป จะมีเงื่อนไขต่างกันไปแต่ละธนาคาร เช่น ฟรีทุกปีโดยไม่มีเงื่อนไขอะไรเลย หรือใช้อย่างน้อยกี่ครั้งต่อปี หรือใช้จ่ายผ่านบัตรอย่างน้อยกี่บาท
c.       ผมว่ามันสะดวกกว่าการที่แต่ละปีต้องโทรไปขอยกเว้น หรือขูว่าจะยกเลิกถ้าไม่ยกเว้น มันวุ่นวายชีวิต
2.       สมัครผ่านเว็บสะดวกดี เพียงเตรียมเอกสารไว้ หลังกรอกข้อมูลลงเว็บไม่กี่วัน จะมี messenger มารับเอกสารถึงที่
a.       เว็บไซต์ของธนาคารโดยตรง
b.      เว็บไซต์ตัวแทน (อาจจะมีโปรฯเพิ่มนอกเหนือที่ธนาคารให้ หรือให้คำแนะนำเพื่อมีโอกาสสมัครผ่านมากขึ้น) เลือกเอาที่เขาทำมานาน น่าเชื่อถือหน่อยละกันครับ
c.       ระวังการสมัครผ่านโทรศัพท์ของ sub contract ไม่ได้แปลว่าคนเข้ามาเป็นคนร้ายเสียหมด ประเด็นคือ เราเองก็ไม่รู้ว่าของจริงของปลอม จะหลอกเอาเอกสารเราไปแอบสมัครเอาสินเชื่อแล้วเชิดเงินเราหรือป่าวก็ไม่รู้ เป็นข่าวให้เห็นทั่วไป
d.       เตรียมเอกสารที่ขีดคาดสำเนา ลงชื่อทุกใบ และเตรียมไว้พอดีกับจำนวนบัตรที่จะสมัครเท่านั้น บางที sub contract ก็หวังได้คอมมิชชันจากยอดสมัครมาก ๆ ก็จะบอกให้เราเตรียมไว้เยอะ ๆ ไม่ต้องลงชื่อ อาสาจะเอาไปสมัครบัตรอื่นให้ วิธีนี้เปิดช่องให้ทุจริต ไม่ต่างจากเอาเอกสารเราไปแอบอ้างสมัครบัตรเครดิต แม้เราจะยกเลิกได้เมื่อไม่ใช้ แต่ถ้าถูกเอาไปใช้ก่อนล่ะ หรือถูกขโมยก่อนล่ะ งานเข้าแน่นอน (เป็นการป้องกันกลโกงที่มาจากบัตรเครดิต)
3.       ดูว่าบริการอื่นๆที่ฟรีที่อาจจะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารการเงิน
a.       บริการ internet banking บริการนี้จะช่วยให้เราเห็นรายการใช้จ่ายผ่านบัตรของเราโดยไม่ต้องรอใบแจ้งหนี้ นอกจากนั้น เอาไว้ทำรายการชำระบัตรเครดิตได้ด้วย
b.      บริการผูกบัญชเงินฝาก ใช้บริการ ATM บัตรเครดิตบางธนาคาร สามารถเอาบัตรเดียวกันมาทำหน้าที่เป็นบัตร ATM ได้ด้วย แต่เดิมนั้นจะไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่ม ภายหลังมาก้เริ่มทยอยเก็บค่าธรรมเนียมกัน  ข้อดีคือ ไม่ต้องไปเสียค่าธรรมเนียม ATM รายปี หรือจ่ายค่าทำบัตร Debit ซ้ำ ไม่ต้องพกบัตรเพิ่ม แต่มีข้อเสียคือ ถ้าบัตรหาย เราจะไม่มี ATM ไว้กดเงิน แต่ทั้งนี้ก็แล้วแต่วัตถุประสงค์การใช้งาน ธนาคารที่ให้บริการลักษณะนี้มี 

  •      ธนาคารกรุงเทพ 
  •      ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (ผูกกับบัตรกรุงศรีเฟิร์สชอยซ์เท่านั้น) 
  •      ธนาคารไทยพานิชย์ (มีค่าธรรมเนียม 200 บาท / ปี) 
  •      ธนาคารกสิกรไทย (มีค่าธรรมเนียม 200 บาท / ปี)
c.       บริการหักค่าสาธารณูปโภคอัตโนมัติ อันนี้ส่วนใหญ่มีหมด บางท่านอาจจะเคยได้ยินว่าไม่ควร เพราะจะทำให้เราไม่มีโอกาสดูค่าใช้จ่ายส่วนนี้มันมากผิดปกติหรือเปล่า แต่ผมว่า ถ้ามันต้องใช้ และต้องจ่าย เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ การให้ตัดผ่านบัญชีบัตรเครดิต ก็สะดวกกว่า ไม่มีค่าธรรมเนียมด้วย ส่วนค่าโทรศัพท์มือถือ แนะนำว่าไม่ต้องทำตัดอัตโนมัติผ่านบัตรเครดิต เพราะเป็นสิ่งที่เรามักใช้จนเพลิน เกินค่าใช้จ่ายจริง และผู้ให้บริการมือถือส่วนใหญ่ก็มีเว็บไซต์ให้บริการชำระผ่านอินเทอร์เน็ตด้วยบัตรเครดิตอยู่แล้ว

ลักษณะการให้บริการบัตรแต่ละราย (เท่าที่เคยมีประสบการณ์การถือครอง) ผมถือมาหลายบัตรแล้ว บางบัตรยังไม่เคยถือครับ บางบัตรผมก็ยกเลิกไปแล้ว 


1. บัตรใบบัว: ให้วงเงินต่ำ สมัครผ่านยาก (ที่สมัครผ่านเพราะอาศัยเส้นรองผู้จัดการสาขา) ขอเพิ่มวงเงินชั่วคราวก็ได้ไม่เยอะแถมยังมีเงื่อนไขอีกว่าจะต้องซื้อสินค้า/บริการที่จำเป็นจริง ๆ เช่นจ่ายค่าหมอ ไม่ต้องหวังว่าชาตินี้เขาจะปรับวงเงินให้เอง โปรโมชั่นก็ไม่ค่อยเด่น คะแนนสะสมมีอายุแค่ 2 ปี เพราะเขาไม่เน้นลูกค้ารายย่อย แต่มันทำให้เกิดข้อดีบางด้านคือ ไม่มีการโทรมาให้สมัครประกันอะไร จ่ายช้าก็มีแต่ดอกเบี้ยจ่ายช้า (ไม่มีค่าติดตามทวงหนี้แบบโหดๆ) ถ้าใช้เกิน 5,000 บาท/ ปี ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียม 

2. บัตร KTZ บัตรนี้ผมว่าใจดีสุด ขอเพิ่มวงเงินชั่วคราวง่าย ทำเรื่องแบ่งจ่ายรายเดือนก็ง่าย (เงื่อนไขน้อย) จ่ายช้ากว่ากำนดไป 6 วันก็ไม่โดนดอกเบี้ย ไม่โดนค่าติดตาม (แต่ถ้าเกินจากนั้น โดนทันที 250 บาทและค่าอื่นๆ อีกนิดหน่อย)  พิจารณาปรับวงเงินให้ไม่บ่อย (ตั้งแต่ใช้มา ปรับให้ทีเดียว 4 เท่าของเงินเดือน จากนั้นก็ไม่ปรับอีกเลย) ที่ชอบคือ ค่าธรรมเนียมรายปีฟรีตลอดชีพและคะแนนไม่มีวันหมดอายุ

3. บัตรธนาคารเมือง อันนี้โปรโมชั่นต่าง ๆ ดี แต่ทุกอย่างเป๊ะๆตามสไตล์ชาติเมกา จ่ายช้าแค่ 2 วัน มีค่าติดตามทันที และอย่าเผลอจ่ายขั้นต่ำนะ เขาจะมีวิธีคำนวณดอกเบี้ยให้มันมาก ๆ โดยเพิ่มระยะเวลากำหนดชำระเพื่อเพิ่มจำนวนวันคำนวณดอกเบี้ย (อ่านเรื่อง แนวทางการจ่ายขั้นต่ำให้ดอกเบี้ยน้อยลงทั้ง 3 ตอน แล้วจะเข้าใจ) ขอเพิ่มวงเงินชั่วคราวได้ปีละแค่ 2 ครั้ง

4. บัตรเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ ตอนนี้โอนมาธนาคารกรุงเก่าแล้ว ก็ตามสไตล์ใหม่ ตอนยังไม่ย้ายมานี้ต้องขอติเรื่อง Call Center เพราะติดต่อยากมากกว่าจะเจอเจ้าหน้าที่

5. ธนาคารใบโพธิ์ บัตรนี้พิจารณาเพิ่มวงเงินให้ทุกปี (ตามวันที่ครบรอบการถือ) มีโปรแกรมแบ่งจ่ายตามที่จัดรายการกับร้านค้าเท่านั้น ขอเพิ่มวงเงินชั่วคราวได้ปีละแค่ 2 ครั้ง  บัตรของเอาไปผูกบัญชีออมทรัพย์ทำเป็นบัตร ATM ได้ แต่มีค่าธรรมเนียม (เคยฟรี)

6. บัตรกรุงเก่า บัตรนี้ให้วงเงินน้อยพอ ๆ กับบัตรใบบัว จ่ายช้าได้ไม่เกิน 3 วัน เกินจากนั้นโดนค่าติดตามทันที โปรโมชั่นดีใช้ได้ (แต่ไม่เข้ากับสไตล์ชีวิตผมเลย) แต่ที่ชอบคือ ได้เงินคืนสำหรับเติมน้ำมัน

7. บัตรชาวไร่ชาวนาไทย บัตรนี้ให้วงเงินค่อนข้างสูง (ตอนสมัครผมมีฐานเงินเดือนไม่ถึงบัตรทองด้วยซ้ำ แต่ได้บัตรทองมา และวงเงินก็แบบบัตรทองด้วย) แต่อย่าจ่ายช้านะ แค่ 2 วันก็โดนเก็บค่าติดตามแล้ว แต่บัตรนี้จะไม่เก็บค่าธรรมเนียมเลยตั้งแต่การใช้งานในปีที่ 5 เป็นต้นไป ส่วนช่วงปีที่ 2 – 4 นั้น จะไม่มีค่าธรรมเนียมถ้ารูดใช้ปีละอย่างน้อย 12 ครั้ง


จะเห็นว่า ก่อนจะไปถึงขั้นตอนการสมัครบัตรเครดิตให้ผ่านนั้น การหาข้อมูลเพื่อเป็นแนวทางเลือกว่าจะสมัครบัตรเครดิต อันไหนดี ตามตอน 1/2 และตอนนี้ จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่กำลังมองหาบัตรเครดิตที่ถูกใจได้อย่างดีพอสมควร อย่างไรก็ดี อย่าเป็นหนี้หัวโตนะครับ 

วันศุกร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2555

เป็นหนี้อย่างมีชั้นเชิง ตอน 3/3: ใช้ระบบธนาคารออนไลน์ทำตัวเป็นผู้ติดตามหนี้ตนเองโดยไม่ต้องเสียตังค์

หลังจากที่ทำความเข้าใจกับหลักการลดภาระดอกเบี้ยเงินกู้สินเชื่อส่วนบุคคลด้วยโรงรับจำนำ แล้ว ก็มาสู่ขั้นตอนสร้างบริการติดตามหนี้ตนเองแบบไม่ต้องเสียค่าติดตามทวงถาม

หยุดความเคยชินแบบเดิม ๆ
ก่อนอื่นเคยสังเกตตัวเองมั้ยว่า ถ้าจะเก็บเงินซื้อสิ่งที่อยากได้ มันไม่เคยได้สักที แต่ถ้าผ่อนเมื่อไหร่ เรากลับมีอะไรเป็นของตัวเองเป็นชิ้นเป็นอัน ที่เป็นแบบนี้เพราะระบบบริการสินเชื่อส่วนบุคคลของธนาคารได้ช่วยเรา คือ
1.      มีใบแจ้งหนี้มาแจ้งเตือนทุกเดือน
2.      แม้ลืมจ่าย ก็ยังมีคนทำหน้าที่เลขา โทรหรือส่ง sms มาตามให้จ่ายหนี้ (พร้อมกับคิดค่าบริการตั้ง 200 - 250 บาท )

สร้างระบบขึ้นมาเอง
เราก็เอาหลักแบบเดียวกันกับการติดตามหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลมาประยุกต์ใช้ในการเก็บเงินจ่ายโรงรับจำนำ 4 ขั้นตอนง่าย ๆ คือ

1.      เปิดบริการธนาคารออนไลน์ หรือ Internet Banking ของธนาคารที่เราเปิดบัญชีรับเงินเดือน (โดยทั่วไปสมัครใช้งานฟรี)
2.      เปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์กับธนาคารเดียวกัน แล้วนำไปเพิ่มเป็นบัญชีรับโอนเงินบุคคลที่ 3 (ไม่ควรทำบัตรเอทีเอ็มสำหรับบัญชีนี้)
3.      กำหนดให้มีการโอนเงินอัตโนมัติจากบัญชีเงินเดือน ไปบัญชีตามข้อ 2 ทุกต้นเดือน
4.      เมื่อครบกำหนดไถ่ถอนทองที่จำนำไว้ ก็ไปถอนเงินออกมาทีเดียวแล้วเอาไปจ่ายให้โรงรับจำนำ รับทองคืนมา

เพื่อให้เห็นภาพ ขอยกตัวอย่างหน้าจอ iBanking ของธนาคารกรุงเทพ

ในหน้าจอ My Account ให้ใส่เฉพาะบัญชีที่เป็นรายรับของเราเท่านั้น และเป็นบัญชีที่เรามักเบิกออกเพื่อเอาเงินไปบริหารต่อ อย่าเอาพวกบัญชีเงินฝากประจำ หรือบัญชีสะสมเงินเพื่อชำระหนี้รายเดือน รายปีมาใส่ในนี้ (โดยทั่วไป รายการในหน้านี้จะต้องขอเพิ่มกับธนาคารโดยตรง)

สำหรับคนที่เริ่มใช้งานบัตรเครดิตให้ได้กำไรแล้ว อาจจะนำบัญชีสะสมเงินเพื่อชำระหนี้บัตรมาใส่ในหน้าจอนี้เพื่อคอยดูและทำการชำระผ่านหน้าจอนี้ได้




ในหน้าจอ Transfers ให้ใส่บัญชีที่เราต้องการสะสมเงินไถ่ถอนทองไว้ในหน้าจอนี้ในส่วนของ บัญชีบุคคลที่ 3 (My 3rd Party Accounts) โดยเราสามารถเพิ่มเองได้ทันที รายการบัญชีเงินฝากในหน้าจอนี้ เราจะโอนเงินเข้าได้อย่างเดียว ไม่สามารถทำอย่างอื่นได้ (ป้องกันเราใจแตกถอนมาใช้ได้โดยง่าย)




หลังเพิ่มบัญชีต่าง ๆ ใน My 3rd Party Account แล้วก็มาตั้งเวลาโอนเงินจากบัญชีเงินเดือนเข้าบัญชีสะสมเงินสำหรับไถ่คืนทองคำ

ตามภาพเลยครับ ระบุว่าโอนจากบัญชีอะไร เข้าบัญชีไหน เดือนละเท่าไหร่ ทุกวันที่เท่าไหร่ เป็นเวลากี่เดือน เป็นอันจบพิธี




เพียงเท่านี้ ระบบธนาคารออนไลน์ทำตัวเป็นผู้ติดตามหนี้แทนเราโดยไม่มีค่าติดตามทวงถามแล้วครับ